©หลักสูตรสอนเสริมเพื่อสอบเนติบัณฑิตไทย

-       

         เน้นการเรียนการสอนเสริมสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องเวลา และการเขียนตอบข้อสอบได้คะแนน
ไม่ถึงเกณฑ์ โดยชี้ข้อบกพร่องในการตอบข้อสอบ แนะนำเทคนิคการเขียนตอบให้ได้คะแนนมาก

         การสอนจะเป็นการสอนแบบเสมือนตัวต่อตัว เนื่องจากต้องการให้มีการสอนเสริมที่เข้มข้น ผู้เรียน
สามารถสอบผ่านได้โดยใช้เวลาที่สั้นที่สุด (ไม่ควรเกินสองปีการศึกษา)

         สำหรับผู้มีเวลาเดินทางมารับติวเข้ม ณ สำนักงานฯ มีเปิดติวเข้มให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
(ประมาณสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง)

         สอนครบทุกวิชา มีเอกสารประกอบการศึกษาครบครัน พร้อมระบบอีเลิร์นนิ่งและโซเชียลเน็ทเวิร์ค
ประยุกต์ใช้ในการเรียนการศึกษา รวดเร็วทันสมัย เรียนจบแบบได้ความรู้สมเป็นเนติบัณฑิต ปรึกษา
แนวทางการเรียนในระดับสูงขึ้น และการเตรียมสอบแข่งขันวิชากฎหมายทุกสนาม

         ©การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสอนเสริม
          ผู้เรียนควรใช้อินเตอร์เน็ทและเทคโนโลยีโซเชียลเน็ทเวิร์คต่างๆ พอใช้ได้ เพื่อนำมาประยุกต์
กับการเรียนการสอนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยอบรมเบื้องต้นการใช้งานให้กับผู้เรียนให้สามารถ
ปรับใช้ไอทีกับการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมใช้ซอฟต์แวร์โปรแกรมฐานข้อมูลกฎหมายมาร่วมในการ
จัดการศึกษาโดยฐานข้อมูล        

         ©ราคาหลักสูตรสอนเสริม เป็นราคาที่จ่ายเพียงครั้งเดียว ติวจนสอบผ่านทุกวิชา

         ©ราคาหลักสูตรรายวิชา เลือกเรียนเพียงรายวิชาที่ยังสอบไม่ผ่าน เช่น วิชากฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา
            วิธีพิจารณาความแพ่ง และวิธีพิจารณาความอาญา (สำนักอบรมเนติฯ แบ่งเป็น 4 รายวิชา)


         ©สมัครเรียน รับรองผลจนสอบผ่าน เพียงวิชาละ 15,000 บาท  

           
         ©โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อ.พิชัย Mobile/Line : 086-2310-999
             หรือดูรายละเอียดจาก หัวข้อ "การสมัครติวฯ คลิกอ่านที่นี่"  ทดลองติวฟรี ณ สำนักงานฯ

-

         ©การสอบเป็นเนติบัณฑิตในประเทศไทย

                   Neti logo.gif

        เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปภัมภ์

(HTUอังกฤษUTH: Thai Bar Association under the Royal Patronage)

        เป็นองค์การอิสระ ที่มีฐานะเป็นHUนิติบุคคลUH ตามพระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2507
โดยมีประธานศาลฎีกา เป็นนายกเนติบัณฑิตยสภา ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นอุปนายกเนติบัณฑิตย
สภา คนที่
1 อัยการสูงสุด เป็นอุปนายกเนติบัณฑิตยสภา คนที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา
HU
นิติศาสตร์
U
H และการประกอบอาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งจัดหาทุนเพื่อการนั้น ส่งเสริมความสามัคคี
และผดุงเกียรติของสมาชิก

ประวัติ

HU        พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวUH ได้มีพระราชดำริจัดตั้งเนติบัณฑิตยสภา เพื่อประสงค์
บำรุงการศึกษาวิชากฎหมายทั้งการรักษาความประพฤติของทนายความ ให้ตั้งอยู่ในสัจธรรม ให้
สาธารณชนได้อาศัยทนายความซึ่งมีความสามารถและสมควรที่จะเชื่อถือได้ดี ยิ่งขึ้น ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้
HUเจ้าพระยาอภัยราชาUH เสนาบดีHUกระทรวงยุติธรรมUH และHUกรมหลวงสวัสดิวัดนวิศิษฎ์UH อธิบดี
HUศาลฎีกาUH พิจารณาร่างข้อบังคับเนติบัณฑิตยสภา ทรงรับเนติบัณฑิตยสภาไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์
เมื่อวันที่
HU1 มกราคมUH 2457 และถือเป็น "วันกำเนิดเนติบัณฑิตยสภา"

สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

         เมื่อ พ.ศ. 2491 เนติบัณฑิตยสภาได้จัดตั้ง สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(Institute of Legal Education Thai Bar Association ) มีหลักสูตรตามแบบอย่างของ "สภาการศึกษา
กฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาประเทศอังกฤษ" และต้องตามมติของ
"เนติบัณฑิตยสภาสากล" ซึ่งได้มีมติ
ในการประชุมใหญ่ครั้งที่
2
HUกรุงเฮกUH HUประเทศเนเธอร์แลนด์UH เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2491 ว่า
"การจัดการศึกษาวิชากฎหมายนั้นจำเป็นต้องให้มีการศึกษาภาคปฏิบัติอย่างเพียงพอเสียก่อนที่จะอนุญาต
เข้าปฏิบัติงานในวิชาชีพกฎหมาย"

          สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เริ่มเปิดการสอนและศึกษาขึ้นเป็นครั้งแรก ในเดือน
พฤศจิกายน พ.ศ.
2491 ผู้ที่สอบไล่ได้ตามหลักสูตร และเนติบัณฑิตยสภาได้ยอมรับเข้าเป็นสามัญสมาชิกแล้ว
ให้เป็นเนติบัณฑิต
(Barrister-at-Law) เรียกว่า เนติบัณฑิตไทย ใช้อักษรย่อ น.บ.ท.

 

การสมัครเข้าเป็นนักศึกษา

          ผู้เป็นนักศึกษาในสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาต้องเป็น

(1) ผู้สอบไล่ได้ปริญญาตรีทางนิติศาสตร์จากHUมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์UH HUจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยUH หรือ
HUมหาวิทยาลัยรามคำแหงUHขึ้นไป

(2) ผู้ที่ได้ศึกษาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันอื่น ในหรือนอกประเทศไทย และสอบไล่ได้ตามมาตราฐาน
ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติ บัณฑิตยสภา เทียบให้ไม่ต่ำกว่าวิทยฐานะ
ดังกล่าว ใน (
1) ซึ่งในทางปฏิบัติ คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ได้เทียบระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ทบวงมหาวิทยาลัยได้รับรองมาตราฐาน
การศึกษาแล้ว

สถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านการรับรองจากเนติบัณฑิตยสภา

คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา อนุมัติสถาบันอุดมศึกษา
ที่สามารถสอบเนติบัณฑิตได้ ดังนี้

  • กลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐบาล
     

  • HUมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์UH

  • HUจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยUH

  • HUมหาวิทยาลัยรามคำแหงUH

  • HUมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชUH

  • HUมหาวิทยาลัยเชียงใหม่UH

  • HUมหาวิทยาลัยนเรศวรUH

  • HUมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์UH

  • HUมหาวิทยาลัยทักษิณUH

  • HUมหาวิทยาลัยพะเยาUH

  • HUมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีUH

  • HUมหาวิทยาลัยขอนแก่นUH

  • HUมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงUH

  • HUมหาวิทยาลัยบูรพาUH

  • HUมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์UH

  • HUมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงUH

  • HUมหาวิทยาลัยมหาสารคามUH

  •  

  • กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน
     

  • HUมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์UH

  • HUมหาวิทยาลัยศรีปทุมUH

  • HUมหาวิทยาลัยกรุงเทพUH

  • HUมหาวิทยาลัยสยามUH

  • HUมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุลUH

  • HUมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตUH

  • HUมหาวิทยาลัยพายัพUH

  • HUมหาวิทยาลัยเกริกUH

  • HUมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญUH

  • HUมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์นUH

  • HUมหาวิทยาลัยภาคกลางUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชธานีUH

  • HUมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยUH

  • HUมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์UH

  • HUมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือUH

  • HUมหาวิทยาลัยรังสิตUH

  • HUมหาวิทยาลัยณิวัฒนาUH

  • HUมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชียUH

  • HUมหาวิทยาลัยหาดใหญ่UH

  • HUมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีUH

  • HUมหาวิทยาลัยปทุมธานีUH

  • HUมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นUH

  • HUมหาวิทยาลัยเจ้าพระยาUH

  • HUมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่UH

  • HUมหาวิทยาลัยโยนกUH

  • HUมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีUH

  • กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ
     

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์UH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์UH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีUH

  • HUมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางUH
     

  • กลุ่มวิทยาลัย
     

  • HUวิทยาลัยศรีอีสาน (คณาสวัสดิ์)UH

  • HUวิทยาลัยศรีโสภณUH

  • HUวิทยาลัยบัณฑิตพิษณุโลกUH

  • HUวิทยาลัยเทคโนโลยีราชธานีอุดรUH

  • HUวิทยาลัยทองสุขUH

  • HUวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือUH

  • HUวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกUH

  • HUวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวรUH

  • HUวิทยาลัยตาปีUH

  • HUวิทยาลัยสันตพล อุดรธานีUH

  • HUวิทยาลัยบัณฑิตเอเซียUH

  • HUวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจUH

  • HUวิทยาลัยนครราชสีมาUH

  • HUวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาUH
     

  • กลุ่มมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
     

  • HUมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดUH

  • HUมหาวิทยาลัยเค้นท์
    แห่งแคนเทอเบอรี่
    UH

  • HUมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นUH

หลักสูตรการเรียนการสอน

        กลุ่มวิชากฎหมายแพ่ง ได้แก่ วิชาทรัพย์-ที่ดิน l นิติกรรม-สัญญา l หนี้ l ละเมิด l ซื้อขาย-เช่าทรัพย์-เช่าซื้อ
l ยืม-ค้ำประกัน-จำนอง-จำนำ l ตัวแทน-ประกันภัย-ตั๋วเงิน-บัญชีเดินสะพัด l หุ้นส่วน-บริษัท l ครอบครัว l มรดก
l กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา l กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

        การเรียนการสอนในกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งนั้น จะใช้บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งหมด
แต่ในส่วนของวิชาละเมิด ได้มีการนำหลักความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทาง
ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.
2539 มาประกอบการเรียนการสอนด้วย

        กลุ่มวิชากฎหมายอาญา ได้แก่ วิชากฎหมายอาญา l กฎหมายแรงงานและวิธีพิจารณาคดีในศาลแรงงาน
l รัฐธรรมนูญ l กฎหมายปกครอง l กฎหมายภาษีอากร

        ในส่วนของกฎหมายอาญานั้น จะมีการแบ่งออกไปเป็น 3 วิชา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59-106
1 วิชา มาตรา 1-58,107-208 1 วิชา และ มาตรา 288-366 อีก 1วิชา

        กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ได้แก่ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง l กฎหมายล้มละลายและการ
ฟื้นฟูกิจการ
l ระบบศาลและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม l

        กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาอาญา ได้แก่ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา l สิทธิมนุษยชนในกระบวนการ
ยุติธรรม
l กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน l วิชาว่าความและการถามพยาน l การจัดทำเอกสารทางกฎหมาย

การจบหลักสูตร

         ผู้ที่จะถือว่าจบหลักสูตรเป็นเนติบัณฑิตได้นั้น จะต้องสอบผ่านการสอบข้อเขียนทั้งสองภาค โดยในการสอบ
แต่ละภาคจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ
50 ขึ้นไป (ปัจจุบันแบ่งเป็นสี่ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง ภาคหนึ่งส่วนแพ่ง
ภาคหนึ่งส่วนอาญา และภาคสองส่วนวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา แบ่งเก็บวิชาทีละส่วน
จนครบสี่ส่วน) และต้องผ่านการสอบปากเปล่า ผู้ที่สามารถสอบผ่านภาคหนึ่งภาคใดได้ ไม่ต้องสอบข้อเขียน
ของภาคนั้นอีก แม้ว่าจะสอบข้อเขียนอีกภาคหนึ่งตก เมื่อสอบได้ทั้งสองภาคจึงมีสิทธิสอบปากเปล่า

          การสอบปากเปล่า กรรมการผู้สอบจะวินิจฉัยเพียงว่า "สอบได้" หรือ "สอบตก" เท่านั้น ถ้าผู้สอบปากเปล่า
ผู้ใดสอบตก ผู้นั้นมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่ากับคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นเพื่อการนั้นในวัน เดียวกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าผู้
สอบปากเปล่าตกในการเรียนสมัยใด (หรือปีใด) ผู้นั้นมีสิทธิสอบแก้ตัวอีกสามครั้ง หากยังสอบไม่ผ่านอีกเป็น
ครั้งที่สาม ให้ถือว่าการสอบข้อเขียนทั้งสองภาคที่ได้ไว้แล้วนั้นเป็นอันยกเลิก

 Source:http://th.wikipedia.org

 

หน้าแรก   |   เกี่ยวกับเรา   |   ลูกค้าอ้างอิง   |   หลักสูตร   |   ระบบงานและซอฟต์แวร์   |  ติดต่อเรา